2006/Jun/27

คุณค่าทางวรรณศิลป์

๑. ด้านการเล่นคำ คือ มีการใช้คำที่ใช้แต่งเพียงคำเดียวแต่งได้หลายความหมายซึ่งในนิราศพระบาทพบมาก สุนทรภู่สามารถนำชื่อสถานที่ และสิ่งที่พบเห็นในที่ต่างๆ มาเขียนเล่นคำได้อย่างเหมาะสมและไพเราะอย่างยิ่ง เช่น

เล่นคำว่า จาก

ถึงคลองขวางบางจากยิ่งตรมจิต ใครช่างคิดชื่อบางไว้กางกั้น

ชื่อว่าจากแล้วไม่รักรู้จักกัน พิเคราะห์ครันฤๅมาพ้องกับคลองบาง

ทั้งจากที่จากคลองเป็นสองข้อ ยังจากกอนั้นก็ขึ้นในคลองขวาง

โอ้ว่าจากช่างมารวบประจวบทาง ทั้งจากบางจากไปให้ใจตรม

เป็นการเล่นคำว่า จาก ในเชิงคำนามและคำกริยา

เล่นคำว่า ซื่อ

ถึงบางซื่อชื่อบางนี้สุจริต เหมือนซื่อจิตที่พี่ตรงจำนงสมร

มิตรจิตขอให้มิตรใจจร ใจสมรขอให้ซื่อเหมือนชื่อนาง

เล่นคำว่า เกิด

ถึงเกาะเกิดเกิดเกาะขึ้นกลางน้ำ เหมือนเกิดกรรมเกิดราชการหลวง

จึงเกิดโศกรกขัดขวางขึ้นกลางทรวง จะตักตวงไว้ก็เติบกว่าเกาะดิน

เล่นคำว่า หนาว

ทั้งต้องน้ำอำมฤกเมื่อดึกเงียบ แสนยะเยียบเนื้อเย็นเป็นเหน็บหนาว

ทั้งหนาวลมหนาวพรมน้ำค้างพราว ไหนจะหนาวซากผาศิลาเย็น

โอ้หนาวอื่นพอขืนอารมณ์ได้ แต่หนาวใจยากแค้นนี่แสนเข็ญ

ทั้งหนาวนอนไกลนุชสุดจะเย็น ใครปะเป็นเหมือนหนึ่งข้าจะว่าจริง

เล่นคำว่า โพง

ถึงบ่อโพงถ้ามีโพงจะผาสุก จะโพงทุกข์เสียให้สิ้นที่โศกศัลย์

พี่แลแลก็เห็นแต่ตลิ่งชัน ถึงปากจั่นจะละเลือนให้ตรอมใจ

เล่นคำว่า ระกำ

ถึงบางระกำโอ้กรรมระยำใจ เคราะห์กระไรจึงมาร้ายไม่วายเลย

ระกำกายมาถึงท้ายระกำบ้าน ระกำย่านนี่ก็ยาวนะอกเอ๋ย

โอ้ผู้คนเขาช่างอยู่อย่างไรเลย ฤๅอยู่เคยความระกำทุกค่ำคืน

เล่นคำว่า ตก

เห็นเขาตกเขาแตกมาตกลึก อนาถนึกแล้วน่าน้ำตาไหล

พี่ตกยากจากนางมากลางไพร วิตกใจตกมาถึงคีรี

การเล่นคำในลักษณะเช่นนี้ ในนิราศพระบาทยังมีอีกหลายแห่ง ซึ่งจะเห็นได้ว่าสุนทรภู่สามารถใช้เล่นคำและเล่นเสียงได้มีความหมายอย่างดียิ่ง

๒. ด้านการเล่นเสียงสระและพยัญชนะในวรรค

มีพบอยู่ในคำกลอนแทบทุกวรรคเลยทีเดียว จึงทำให้กลอนของสุนทรภู่มีเสียงไพเราะและได้ความหมายดี ดังตัวอย่างต่อไปนี้

ย่ามกระสอบกรอบแกรบกระไกรกริก กลักพริกพลิกแพลงตะแคงหงาย

กูบกระโดดโยกอย่างทุกย่างเดิน เขยื้อนเยินยอบเยือกยะยวบกาย

กับหมู่ไม้ไกรกรวยกันเกรากร่าง พะยอมยางตาพยัคฆ์พยุงเหียง

นกบินกรวดพรวดพราดประกายพรายพลุกระจายช่อช่วงดังดวงเดือน

เพดานดาดลาดล้วนกระจกงามพระเพลิงพลามพร่างพร่างสว่างพราย

สุนทรภู่นอกจากจะหาคำที่ให้ความหมายแล้วยังเลียนเสียงประกอบในบทกลอนเพื่อช่วยสัมผัสทางหู คำว่า กรอบแกรบกระไกรกริกโยกอย่างย่าง เหล่านี้เป็นคำที่ให้ควาหมายทางเสียง จึงช่วยให้เรานึกเห็น ได้ยินเสียงตามที่พรรณนาได้เป็นอย่างดี

๓. ด้านการใช้คำเลียนเสียงธรรมชาติ

๓.๑) การเลือกเสียงสระมาใช้ให้เหมาะสมกับเนื้อหาและบรรยากาศที่ดี เช่น ตอนเอะอะ ชุลมุนวุ่นวายก็ใช้คำพรรณา ทำให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์คล้อยตาม มองเห็นภาพพจน์ไปด้วย

เช่น

 บรรดาเพื่อนเคือนตื่นขึ้นเซ็งแซ่ บ้างจอแจจัดการประสานเสียง

 บ้างม้วนเสื่อมัดกระสอบหอบเสบียง บ้างถุงเถียงชิงสัปคับกัน

บ้างขึ้นบนขนส่งคนลงข้างล่าง เสียงโฉ่งฉ่างชามแตกกระแทกขัน

จนคนบนสัปคับรับไม่ทัน หม้อข้าวขันตกแจกกระจายราย

ย่ามกระสอบกรอบแกรบกระไกรกริก กลักพริกพลิกแพลงตะแคงหงาย